Milk Of Oscar : จะอ้วกแต่เจ๋งจริง
posted on 17 Jul 2009 22:02 by firstba1 ใน Oscar ที่ผมคิดว่าต้องดูให้ได้ [ The Reader , slumdog { ดูแล้ว } , The Wrestler , milk ]
บทของแต่ละเรื่อง น่าดูทั้งสิ้น [ แต่้ slumdog อ่านย่อๆแล้ว มันไม่น่าสน แต่ตอนดูก็หนุกดี ]
ในวันนี้จะขอเสนอเรื่อง Milk เจ้าของผลงาน นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ( แต่ไม่ได้รับบทชาย )
จะมัวพิรี้พิไรอะไรเข้าเรื่องเลยดีกว่า
หนังเรื่องนี้ได้เล่าถึงประวัติชีวิตของเขา ตั้งแต่ปี 1972
จนได้แฟน ( ช ) และัเปิดร้านแห่งหนึ่ง ในแคสโตร เกี่ยวกับ Y
แม้แต่ตำรวจก็ไม่เป็นมิตรกับพวกเขา ไล่กระทืบ รา่วกับไม่ใช่คน ด้วยข้อหาไม่เป็นธรรม
เขาทนไม่ได้ เรียกร้องสิทธิ และ ลงสมัคร เลือกตั้งเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ ของ ซราทฟาร์ซิสโกลด์
หาเสียงแทบทุกหนทุกแห่ง ได้รับทั้งเสียงตอบรับและต่อต้านแต่ก็แพ้
แต่ในปี 1975 เขาก็ชนะจนได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิทธิ G ที่ถูกริดรอนเป็นเวลานาน
แต่ทว่า กลุ่มต่อต้านรักร่วมเพศได้ปะทุึขึ้นโดยแกนนำของ แอนิต้า เบรอัน
ที่เกลียดพวกนี้อย่างเข้าไส้ และ ทำประชามัติเกี่ยวกับสิทธิการริดรอนสิทธิชาวรักร่วมเพศ
ชาวรักร่วมเพศแพ้ ทำให้ถูกริดรอนสิทธิ์ ไม่เท่าเทียมกับคนทั่วไป
จนเกิดการจลาจล และความขัดแย้งเรื่องสิทธิ์ ชาว Y ก็ูถูกปะทุอีกครั้ง
ปี 1977 เขาลงเลือกตั้งอีกครั้ง ท่ามกลางความสิ้นหวัง ในการพ่ายแพ้คราวก่อน
แม้แต่รักแท้ (ช) ก็จากเขาไป ( เพราะทนต่อความผันแปรในชีวิตไม่ไหว )
เขาได้รับแนวร่วม ใหม่เป็นชาว ญ รัก ญ ด้วย [ ยูริมาแว้ว ] ลดความคลื่นไส้ได้มากมาย
สาวยูริของเรา ทำให้เกิดเ้สียงสนับสนุนในหนังสือพิมพ์กว่าหลายฉบับ และั ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ดี
ทำให้คะแนนเสียงของเขามากขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงขาขึ้น คนรักที่จากไปของฮาร์วี่ย์ก็กลับมาอีกครั้ง
เขาชนะการเลือกตั้ง เขาได้เสียงจาก ชายชรา ชาวแรงงาน เด็กหนุ่มเด็กสาว และ ... ( Y )
1978 เขาสาบานตน และรับตำแหน่ง ซุปเปอร์ไวซ์เซอร์
เขาพยายามร่างกฎหมายสิทธิ์ รักร่วมเพศ
แนวร่วมของเขาต้องการให้เขาสร้างสถานเลี้ยงเด็ก ซึ่งมันขัดกับเขา
แต่ถ้าเขาไม่ทำ เขาก็ไม่มีแนวร่วม ( เหมือนการเมืองไทยบ้านเรา อุ๊บส์ไม่พูด )
และเขายังต้องเจอปัญหาใหญ่ เมื่อศัตรูเก่าของเขา แอนิต้าทำประชามัติ เพื่อไล่ครูเกย์ออก
โอ้ -.- ( น่ากลัวเหมือนกันนะ ไล่ออกไปก็ดี )
เขาปลุกระดมโดยการ ให้ทุกคนเลิกแอบ ชาว Y ทุกประเภท จะไม่หดหัวในกระดอง
ออกมา ให้ชาวโลกรู้จักพวกเรา !!!! ( จบการเล่าเพียงเท่านี้ )
ชีวิตของ ฮาร์วีย์ มิลด์ นั้น แม้ต้องต่อสู้ ล้มเหลว ชนะ ล้มเหลว ผ่านไปด้วยความยากลำบาก
แต่ เขานั้นไม่ได้ย้อท้อ และ ได้รับชัยชนะ ในที่สุด ชาวอเมริกัน ยอมรับชาวรักร่วมเพศ
ทุกสิ่งจะไม่เกิดขึ้นเลย หากเขาล้มเลิกความตั้งใจไปพร้อมกับความล้มเหลว
[ สปอยล์อะ ทำขาวไว้ละกัน แต่คม ]
สรุป : ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริง และเหตการณ์ จริง
เป็นเหตการณ์เกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนอย่างไร้เหตผลของพวกรักร่วมเพศ
ความแตกต่างทางความคิดในสังคม นำพาไปสู่ทางออกในหลายแง่มุม การแก้ปัญหาโดยคนหมู่มาก
การทำประชามัติ หาคนคำตอบ วิธีที่จะทำให้ได้รับซึ่งสิทธิมนุษยชน ของชาวรักร่วมเพศ ในอดีต
ถูกรวมอยู่ในเรื่องนี้ ไว้อาลัยแด่ ฮาร์วี่ย์ มิลด์ ผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชน จนวินาทีสุดท้าย
[ คนนี้ตัวจริงนะ ]
ดูแรกๆ อาจจะ เกิดอาการจะอ้วก เบื่อหน่าย หนืดๆ ไม่ชอบ หนังบ้าอะไร ช ช
แต่เชื่อเถอะ ถ้าดูจนจบ จะได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่างในชีวิต


แค่ดูรักแห่งสยาม
ผมก็จะบ้าตายแล้ว
#1 By SYN on 2009-07-17 22:18