1 ใน Oscar ที่ผมคิดว่าต้องดูให้ได้ [ The Reader , slumdog { ดูแล้ว } , The Wrestler , milk ]

 

บทของแต่ละเรื่อง น่าดูทั้งสิ้น [ แต่้ slumdog อ่านย่อๆแล้ว มันไม่น่าสน แต่ตอนดูก็หนุกดี ]

 

ในวันนี้จะขอเสนอเรื่อง Milk เจ้าของผลงาน นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ( แต่ไม่ได้รับบทชาย )

 

 จะมัวพิรี้พิไรอะไรเข้าเรื่องเลยดีกว่า

 

 

หนังเรื่องนี้ได้เล่าถึงประวัติชีวิตของเขา ตั้งแต่ปี 1972

จนได้แฟน ( ช ) และัเปิดร้านแห่งหนึ่ง ในแคสโตร เกี่ยวกับ Y

 

แม้แต่ตำรวจก็ไม่เป็นมิตรกับพวกเขา ไล่กระทืบ รา่วกับไม่ใช่คน ด้วยข้อหาไม่เป็นธรรม

เขาทนไม่ได้ เรียกร้องสิทธิ และ ลงสมัคร เลือกตั้งเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ ของ ซราทฟาร์ซิสโกลด์

หาเสียงแทบทุกหนทุกแห่ง ได้รับทั้งเสียงตอบรับและต่อต้านแต่ก็แพ้ 

แต่ในปี 1975 เขาก็ชนะจนได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิทธิ G ที่ถูกริดรอนเป็นเวลานาน

 

 

แต่ทว่า กลุ่มต่อต้านรักร่วมเพศได้ปะทุึขึ้นโดยแกนนำของ แอนิต้า เบรอัน

ที่เกลียดพวกนี้อย่างเข้าไส้ และ ทำประชามัติเกี่ยวกับสิทธิการริดรอนสิทธิชาวรักร่วมเพศ

ชาวรักร่วมเพศแพ้  ทำให้ถูกริดรอนสิทธิ์ ไม่เท่าเทียมกับคนทั่วไป

จนเกิดการจลาจล และความขัดแย้งเรื่องสิทธิ์ ชาว Y ก็ูถูกปะทุอีกครั้ง

 

ปี 1977 เขาลงเลือกตั้งอีกครั้ง ท่ามกลางความสิ้นหวัง ในการพ่ายแพ้คราวก่อน

แม้แต่รักแท้ (ช) ก็จากเขาไป  ( เพราะทนต่อความผันแปรในชีวิตไม่ไหว )

 

 

เขาได้รับแนวร่วม ใหม่เป็นชาว ญ รัก ญ ด้วย [ ยูริมาแว้ว ] ลดความคลื่นไส้ได้มากมาย

สาวยูริของเรา ทำให้เกิดเ้สียงสนับสนุนในหนังสือพิมพ์กว่าหลายฉบับ และั ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ดี

ทำให้คะแนนเสียงของเขามากขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงขาขึ้น คนรักที่จากไปของฮาร์วี่ย์ก็กลับมาอีกครั้ง

 

เขาชนะการเลือกตั้ง เขาได้เสียงจาก ชายชรา ชาวแรงงาน เด็กหนุ่มเด็กสาว และ ... ( Y )

 

1978 เขาสาบานตน และรับตำแหน่ง ซุปเปอร์ไวซ์เซอร์

เขาพยายามร่างกฎหมายสิทธิ์ รักร่วมเพศ

แนวร่วมของเขาต้องการให้เขาสร้างสถานเลี้ยงเด็ก ซึ่งมันขัดกับเขา

แต่ถ้าเขาไม่ทำ เขาก็ไม่มีแนวร่วม ( เหมือนการเมืองไทยบ้านเรา อุ๊บส์ไม่พูด )

 

 

 

และเขายังต้องเจอปัญหาใหญ่ เมื่อศัตรูเก่าของเขา แอนิต้าทำประชามัติ เพื่อไล่ครูเกย์ออก

โอ้ -.- ( น่ากลัวเหมือนกันนะ ไล่ออกไปก็ดี )

เขาปลุกระดมโดยการ ให้ทุกคนเลิกแอบ ชาว Y ทุกประเภท จะไม่หดหัวในกระดอง

ออกมา ให้ชาวโลกรู้จักพวกเรา !!!! ( จบการเล่าเพียงเท่านี้ )

 

 

 

ชีวิตของ ฮาร์วีย์ มิลด์ นั้น แม้ต้องต่อสู้ ล้มเหลว ชนะ ล้มเหลว ผ่านไปด้วยความยากลำบาก

แต่ เขานั้นไม่ได้ย้อท้อ และ ได้รับชัยชนะ ในที่สุด ชาวอเมริกัน ยอมรับชาวรักร่วมเพศ

ทุกสิ่งจะไม่เกิดขึ้นเลย หากเขาล้มเลิกความตั้งใจไปพร้อมกับความล้มเหลว

[ สปอยล์อะ ทำขาวไว้ละกัน แต่คม ]

 

 

 

สรุป : ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริง และเหตการณ์ จริง

เป็นเหตการณ์เกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนอย่างไร้เหตผลของพวกรักร่วมเพศ

ความแตกต่างทางความคิดในสังคม นำพาไปสู่ทางออกในหลายแง่มุม การแก้ปัญหาโดยคนหมู่มาก

การทำประชามัติ หาคนคำตอบ วิธีที่จะทำให้ได้รับซึ่งสิทธิมนุษยชน ของชาวรักร่วมเพศ ในอดีต

ถูกรวมอยู่ในเรื่องนี้ ไว้อาลัยแด่ ฮาร์วี่ย์ มิลด์ ผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชน จนวินาทีสุดท้าย

 

 

[ คนนี้ตัวจริงนะ ]

 

 

ดูแรกๆ อาจจะ เกิดอาการจะอ้วก เบื่อหน่าย หนืดๆ ไม่ชอบ หนังบ้าอะไร ช ช

แต่เชื่อเถอะ ถ้าดูจนจบ จะได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่างในชีวิต 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะพยายามครับ -*-

แค่ดูรักแห่งสยาม

ผมก็จะบ้าตายแล้ว

#1 By SYN on 2009-07-17 22:18

ครับ

#2 By clock on 2009-07-17 22:20

แคสสคนเล่นได้เหมือนมาก

ต้องไปหามาดูแล้ว
ไม่ไหวอ่ะครับ

รับไม่ได้จริงๆ 55+
เอ่ออ

แล้วตกลงดูดีไม๊อ่ะ

ได้รางวัลเยอะด้วยหนารู้สึก

#5 By PlªNetariuM✖ on 2009-07-17 23:54

เราไม่เคยดูหนัง Y
แต่ท่าทางน่าดูน่า confused smile

#6 By XeDarFoS! on 2009-07-18 00:00

ชอบ Sean Penn น่ะ

แต่ยังไม่ได้ดูเลย ^^

#7 By sansanae on 2009-07-18 03:55

น่าดูดีแฮะopen-mounthed smile

#8 By พี ~ 13 on 2009-07-18 07:08

นาดูจริงๆเรื่องนี้!!!!!

#9 By kwan on 2009-07-18 17:45

น่าดูค่ะๆ แนะนำให้ดูเดอะรีดเดอร์ไวๆ

แล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังน้า

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบสลัมด็อกเลยอ่ะ แต่ช่างเถอะ

ชอบเดอะรีดเดอร์จนประสาทจะกินอยู่แล้ว55+

#10 By mako on 2009-07-18 19:50

การแบ่งแยกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เกย์ก็คนเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องน่าอ้วกหรอกนะครับ ^^

#11 By Kuroiketaro on 2009-07-18 20:32

Recommend